หลังจากซื้อโดรนมา หลายคนอยากจะบินทันที แต่ในประเทศไทย กฎหมายกำหนดให้ต้องดำเนินการ 3 ขั้นตอนก่อนบิน ได้แก่ “ลงทะเบียน” “ทำประกันภัย” และ “ขออนุญาตบิน”
ในเดือนมิถุนายน 2568 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้ปิดเว็บไซต์ลงทะเบียนเดิมอย่างถาวร และเปลี่ยนมาใช้ระบบใหม่ “UAS Portal” เพียงระบบเดียว นอกจากนี้ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ยังมีคำสั่งห้ามบินโดรนทั่วประเทศชั่วคราวจากเหตุผลด้านความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา สะท้อนให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมทางกฎหมายเกี่ยวกับโดรนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
บทความนี้เขียนโดยผู้ปฏิบัติงานโดรนมืออาชีพที่ลงทะเบียนกับ CAAT แล้ว (ใบอนุญาตเลขที่: B029289/2025) และมีประสบการณ์ยื่นขออนุญาตบินจริงในทุกโครงการ จะอธิบายขั้นตอนการลงทะเบียนล่าสุดปี 2569 พร้อมภาพหน้าจอจริงจาก UAS Portal รวมถึงประสบการณ์การลงทะเบียนในฐานะชาวต่างชาติ

- ทำไมต้องลงทะเบียนโดรน?
- 3 หน่วยงานหลักที่ควบคุมการใช้โดรนในไทย
- STEP 1 — ขั้นตอนการลงทะเบียนกับ กสทช.
- STEP 2 — การทำประกันภัยโดรน
- STEP 3 — ขึ้นทะเบียนนักบินและจดทะเบียนโดรนผ่าน UAS Portal ของ CAAT
- STEP 4 — ขั้นตอนการขออนุญาตบินจริงในทางปฏิบัติ
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ลองขอใบเสนอราคาฟรีดูไหม?
- บทความที่เกี่ยวข้อง
ทำไมต้องลงทะเบียนโดรน?

ในประเทศไทย โดรนทุกประเภท ไม่ว่าจะมีน้ำหนักเท่าใดหรือมีกล้องติดหรือไม่ ล้วนถูกจัดเป็น “อากาศยานไร้คนขับ” ตามกฎหมาย โดยมีพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 มาตรา 78 เป็นกฎหมายหลักที่ควบคุม หากฝ่าฝืนบินโดรนโดยไม่ลงทะเบียน จะมีบทลงโทษดังนี้
- จำคุกไม่เกิน 1 ปี
- ปรับไม่เกิน 40,000 บาท
- หรือทั้งจำทั้งปรับ
บทลงโทษนี้ครอบคลุมโดรนทุกชนิด ไม่ใช่แค่โดรนถ่ายภาพอย่าง DJI เท่านั้น แม้แต่โดรนของเล่นก็อยู่ภายใต้กฎหมายนี้เช่นกัน การคิดว่า “ของฉันตัวเล็ก ไม่น่าจะต้องลงทะเบียน” นั้นเป็นความเข้าใจที่ผิด
กรณีตัวอย่างที่ถูกดำเนินคดี
ในปี 2565 มีกรณีที่บุคคลถูกจับกุมจากการบินโดรนโดยไม่ได้รับอนุญาตในพื้นที่ชุมนุมที่กรุงเทพฯ และถูกปรับ 75,000 บาท นอกจากนี้ การจับกุมกรณีบินโดรนโดยไม่ได้รับอนุญาตในแหล่งท่องเที่ยวก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี การลงทะเบียนอาจดูยุ่งยาก แต่จริง ๆ แล้วขั้นตอนทั้งหมดสามารถทำออนไลน์ได้ ใช้เวลาจริง ๆ เพียง 10-15 นาทีเท่านั้น
3 หน่วยงานหลักที่ควบคุมการใช้โดรนในไทย

การบินโดรนอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทย จำเป็นต้องดำเนินการกับ 3 หน่วยงานดังนี้
- กสทช. (NBTC) — ลงทะเบียนคลื่นความถี่วิทยุของรีโมตคอนโทรลโดรน
- กพท. (CAAT) — ขึ้นทะเบียนนักบิน + จดทะเบียนโดรน + ขออนุญาตบิน
- บริษัทประกันภัย — ทำประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (วงเงินขั้นต่ำ 1,000,000 บาท)
ลำดับการดำเนินการมีความสำคัญมาก แนะนำให้เริ่มจาก ①ทำประกันภัย → ②ลงทะเบียน กสทช. → ③ลงทะเบียน CAAT เนื่องจากการขึ้นทะเบียนนักบินกับ CAAT จะต้องใช้หลักฐานกรมธรรม์ประกันภัยและข้อมูลการลงทะเบียน กสทช. ประกอบด้วย
บทบาทของ กสทช. (NBTC)
กสทช. เป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านการสื่อสารของประเทศไทย มีหน้าที่ควบคุมคลื่นความถี่วิทยุที่รีโมตคอนโทรลของโดรนใช้งาน ตามกฎหมายแล้ว เมื่อครอบครองโดรน จำเป็นต้องลงทะเบียนคลื่นความถี่ (ไม่ว่าจะบินหรือไม่ก็ตาม) สามารถลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ของ กสทช. (anyregis.nbtc.go.th) หรือติดต่อที่สำนักงาน กสทช. ได้ทั่วประเทศ
บทบาทของ กพท. (CAAT)
กพท. (CAAT) เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลการบินพลเรือนของประเทศไทย ในส่วนที่เกี่ยวกับโดรนนั้น CAAT ดูแล 3 เรื่องหลัก ได้แก่
- ขึ้นทะเบียนนักบิน — ต้องสอบผ่านแบบทดสอบความรู้พื้นฐาน
- จดทะเบียนโดรน — ส่งหมายเลข Serial Number ของเครื่อง ภาพถ่าย และหลักฐานประกันภัย
- ขออนุญาตบิน — ยื่นขออนุญาตแต่ละครั้งตามสถานที่และวัน-เวลาที่จะบิน
ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน 2568 เว็บไซต์เดิม (uav.caat.or.th) ได้ปิดให้บริการอย่างถาวร ปัจจุบันใช้ระบบใหม่ “UAS Portal” (uasportal.caat.or.th) เพียงระบบเดียว บทความนี้จะอธิบายขั้นตอนตามระบบล่าสุดนี้
บทบาทของบริษัทประกันภัย
การขึ้นทะเบียนนักบินกับ CAAT กำหนดให้ต้องมีประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (ประกันบุคคลที่ 3) เป็นเงื่อนไขเบื้องต้น วงเงินคุ้มครองขั้นต่ำคือ 1,000,000 บาท ซึ่งจะให้ความคุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุระหว่างบินแล้วสร้างความเสียหายต่อบุคคลภายนอก
ส่วนประกันความเสียหายของตัวโดรนเอง (เช่น ตก จมน้ำ) สามารถทำเพิ่มเติมได้ตามความสมัครใจ แต่ไม่จำเป็นสำหรับการขึ้นทะเบียน CAAT รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทประกันและวิธีเลือกดูได้ในบทความแยก
→ อ่านคู่มือเลือกประกันภัยโดรนฉบับสมบูรณ์
STEP 1 — ขั้นตอนการลงทะเบียนกับ กสทช.

การลงทะเบียนกับ กสทช. สามารถทำผ่านระบบออนไลน์ได้ทั้งหมด มีขั้นตอนดังนี้
- เข้าเว็บไซต์ anyregis.nbtc.go.th
- เลือกประเภท “บุคคลธรรมดา” หรือ “นิติบุคคล/หน่วยงาน”
- กรอกเบอร์มือถือ รับรหัส OTP เพื่อยืนยันตัวตน
- เข้าสู่ระบบแล้วเลือก “ยื่นคำขออนุญาตฯ” → “ขึ้นทะเบียนอากาศยานไร้คนขับ”
- กรอกข้อมูลโดรน (ยี่ห้อ รุ่น หมายเลข Serial Number น้ำหนัก)
- อัปโหลดเอกสารที่จำเป็น
- ส่งคำขอ รอผลการพิจารณา (ปกติ 3-5 วันทำการ)
เอกสารที่ต้องเตรียม
สำหรับคนไทย:
- แบบคำขอ (คท.30) — รับได้ที่สำนักงาน กสทช. หรือกรอกผ่านระบบออนไลน์
- สำเนาบัตรประชาชน
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- รูปถ่ายหมายเลข Serial Number ของโดรน
- ใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการซื้อ
เอกสารเพิ่มเติมสำหรับชาวต่างชาติ
ชาวต่างชาติที่ต้องการลงทะเบียนกับ กสทช. ต้องเตรียมเอกสารเพิ่มเติมดังนี้
- สำเนาหนังสือเดินทาง (หน้ารูปถ่าย + หน้าวีซ่า)
- สำเนาใบอนุญาตทำงาน (กรณีทำงานในไทย)
จากประสบการณ์ของผู้เขียน (ชาวญี่ปุ่น) พบว่าระบบลงทะเบียนออนไลน์บางส่วนถูกออกแบบมาสำหรับบัตรประชาชนไทยเป็นหลัก สามารถใช้เลขหนังสือเดินทางลงทะเบียนได้ แต่ต้องระวังเรื่องจำนวนหลักของช่องกรอกข้อมูล หากมีข้อสงสัย สามารถโทรสอบถาม กสทช. คอลเซ็นเตอร์ (1200 โทรฟรี) ได้ เจ้าหน้าที่ให้บริการอย่างเป็นมิตร
STEP 2 — การทำประกันภัยโดรน
ก่อนจะลงทะเบียนกับ CAAT จำเป็นต้องทำประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอกให้เรียบร้อยก่อน เนื่องจากต้องอัปโหลดกรมธรรม์ประกันภัยในขั้นตอนการขึ้นทะเบียน CAAT
ประเภทของประกันภัย: ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก vs ความเสียหายของตัวโดรน

ประกันภัยโดรนแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก
1. ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (ประกันบุคคลที่ 3) — จำเป็นสำหรับขึ้นทะเบียน CAAT
- คุ้มครองกรณีสร้างความเสียหายต่อบุคคลภายนอกระหว่างบิน
- วงเงินคุ้มครองขั้นต่ำ: 1,000,000 บาท
- เบี้ยประกันโดยประมาณ: 500-2,000 บาท/ปี
2. ประกันความเสียหายของตัวโดรน — ทำได้ตามสมัครใจ
- คุ้มครองกรณีโดรนตก จมน้ำ ถูกขโมย ฯลฯ
- เบี้ยประกันขึ้นอยู่กับมูลค่าของโดรน
EIIZO ใช้บริการ FEIC (Thailand) Limited เป็นโบรกเกอร์ โดยทำประกันกับ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) วงเงินคุ้มครองบุคคลที่ 3 จำนวน 1,000,000 บาท ไม่ได้ทำประกันตัวโดรน สำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ การทำประกันบุคคลที่ 3 เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอตามข้อกำหนดของกฎหมาย
→ อ่านคู่มือเลือกประกันภัยโดรนฉบับสมบูรณ์
ขั้นตอนการทำประกันภัยโดรน
- ติดต่อโบรกเกอร์ประกันหรือบริษัทประกันภัย (ผ่าน LINE โทรศัพท์ หรือเว็บไซต์)
- แจ้งข้อมูลโดรน (ยี่ห้อ รุ่น หมายเลข Serial Number ปีที่ผลิต น้ำหนัก)
- รับใบเสนอราคา
- ชำระเงิน
- รับกรมธรรม์ประกันภัยในรูปแบบ PDF
โดยปกติ ตั้งแต่สมัครจนได้รับกรมธรรม์ใช้เวลาไม่เกิน 1 วันทำการ หากเร่งด่วน บางโบรกเกอร์สามารถออกกรมธรรม์ได้ภายในวันเดียว
กรมธรรม์ประกันภัยที่ได้รับในรูปแบบ PDF จะต้องใช้ใน STEP 3 (การขึ้นทะเบียน CAAT) ดังนั้นควรเก็บรักษาไว้ให้ดี
STEP 3 — ขึ้นทะเบียนนักบินและจดทะเบียนโดรนผ่าน UAS Portal ของ CAAT

ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน 2568 เว็บไซต์เดิม (uav.caat.or.th) ได้ปิดให้บริการแล้ว ปัจจุบัน UAS Portal (uasportal.caat.or.th) เป็นระบบลงทะเบียนอย่างเป็นทางการเพียงระบบเดียว
บน UAS Portal สามารถดำเนินการได้ 3 เรื่อง ได้แก่
- ขึ้นทะเบียนนักบิน
- จดทะเบียนโดรน
- ขออนุญาตบิน
ต่อไปนี้จะอธิบายขั้นตอนแต่ละส่วน พร้อมภาพหน้าจอจริงจากระบบ
5-1. สร้างบัญชีผู้ใช้
- เข้าเว็บไซต์ uasportal.caat.or.th
- คลิก “ลงทะเบียน”
- กรอกอีเมล เบอร์โทรศัพท์ และตั้งรหัสผ่าน
- ยืนยันตัวตนด้วย OTP
- กรอกข้อมูลส่วนตัว (ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เลขบัตรประชาชนหรือเลขหนังสือเดินทาง)
สำหรับชาวต่างชาติ: สามารถใช้เลขหนังสือเดินทางในการลงทะเบียนได้ โดยกรอกในช่องเลขบัตรประชาชน
เมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้ว เข้าสู่ระบบจะเห็นหน้าแดชบอร์ดดังภาพ
5-2. ขึ้นทะเบียนนักบินโดรนขั้นสูงต่ำกว่า 25 กก.
การขึ้นทะเบียนนักบินต้องสอบผ่านแบบทดสอบความรู้พื้นฐาน
ขั้นตอน:
- ที่หน้าแดชบอร์ด คลิก “ขึ้นทะเบียนนักบินขั้นสูงต่ำกว่า 25 กก.” ทางด้านขวา
- ทำแบบทดสอบความรู้พื้นฐาน (ข้อสอบแบบเลือกตอบเกี่ยวกับกฎหมาย กฎการบิน และความปลอดภัย)
- เมื่อสอบผ่าน จะได้รับ “ใบอนุญาตนักบินพื้นฐาน”
เนื้อหาแบบทดสอบ:
- กฎเกี่ยวกับพื้นที่ห้ามบิน
- ประเภทน้ำหนักโดรนและข้อกำหนดที่แตกต่างกัน
- ขั้นตอนรับมือกรณีฉุกเฉิน
- กฎหมายเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวและการถ่ายทำ
ข้อสอบเป็นภาษาไทย ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคด้านภาษาสำหรับชาวต่างชาติ
【ประสบการณ์จริง】สอบไม่ผ่าน → สอบใหม่จนผ่าน
ต้องยอมรับตามตรงว่า ผู้เขียนสอบไม่ผ่านในครั้งแรก
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ได้ทำแบบทดสอบครั้งแรก แต่ติดปัญหาเรื่องศัพท์เฉพาะทางภาษาไทย จึงไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ระบบ UAS Portal แจ้งว่า “การลงทะเบียนนักบินไม่ผ่าน” พร้อมระบุว่า “สามารถสอบครั้งต่อไปเมื่อครบ 24 ชั่วโมง”
หลังจากนั้นได้ปรึกษาทีมงานคนไทยเกี่ยวกับแนวข้อสอบ และศึกษาคำศัพท์ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จนเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ได้สอบอีกครั้งและผ่านเรียบร้อย ได้รับใบอนุญาตเลขที่ B029289/2025
หากสอบไม่ผ่าน ไม่ต้องตกใจ หลังจากพ้น 24 ชั่วโมงสามารถสอบใหม่ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง สำหรับชาวต่างชาติ คำศัพท์กฎหมายภาษาไทยอาจเป็นอุปสรรค จึงแนะนำอย่างยิ่งให้อ่านเอกสารประกอบการเรียนรู้ของ CAAT (“ความรู้สำหรับการเป็นนักบินโดรนขั้นพื้นฐาน”) ล่วงหน้า ลิงก์นี้อยู่ที่ส่วนหัวของ UAS Portal
5-3. จดทะเบียนโดรน
เมื่อขึ้นทะเบียนนักบินเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือจดทะเบียนตัวโดรน
ขั้นตอน:
- ที่เมนูด้านซ้ายของแดชบอร์ด คลิก “โดรน”
- คลิก “จดทะเบียนโดรนต่ำกว่า 25 กิโลกรัม”
- กรอกข้อมูล: ยี่ห้อ รุ่น หมายเลข Serial Number ปีที่ผลิต น้ำหนัก
- อัปโหลดเอกสาร: รูปถ่ายโดรน (ต้องเห็น Serial Number) รูปถ่ายรีโมตคอนโทรล กรมธรรม์ประกันภัย (PDF) หลักฐานการซื้อ
- ส่งคำขอและรอการพิจารณา
การพิจารณาปกติใช้เวลาไม่กี่วัน เมื่อได้รับการอนุมัติ สถานะจะเปลี่ยนเป็น “ได้รับการอนุมัติ” พร้อมได้รับหมายเลขทะเบียน (เช่น RA-07-25-2074)
5-4. การย้ายข้อมูลจากระบบเดิม
หากเคยลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์เดิม (uav.caat.or.th) ก่อนปลายเดือนมิถุนายน 2568 ใบขึ้นทะเบียนเดิมยังคงใช้ได้จนกว่าจะหมดอายุ อย่างไรก็ตาม การต่ออายุหรือการลงทะเบียนใหม่ต้องดำเนินการผ่าน UAS Portal เท่านั้น
ข้อมูลจากระบบเดิมไม่ได้ถูกย้ายมายัง UAS Portal โดยอัตโนมัติ ดังนั้นอาจต้องสร้างบัญชีใหม่และลงทะเบียนใหม่ในระบบใหม่ หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อ CAAT (โทร: 02-568-8800) ได้โดยตรง
STEP 4 — ขั้นตอนการขออนุญาตบินจริงในทางปฏิบัติ
แม้จะลงทะเบียนครบทุกขั้นตอนแล้ว ทุกครั้งที่จะบินจริงยังต้องขออนุญาตเป็นรายครั้ง ในส่วนนี้จะแนะนำขั้นตอนที่ EIIZO ใช้จริงในการขออนุญาตบินสำหรับงานถ่ายทำเชิงพาณิชย์
เว็บไซต์ส่วนใหญ่มักเขียนเพียงว่า “ยื่นขออนุญาตผ่าน UAS Portal” แต่ในทางปฏิบัติจริง ขั้นตอนมักเป็นดังนี้
ขั้นตอนขออนุญาตบินสำหรับงานถ่ายทำเชิงพาณิชย์ (แนวทางปฏิบัติจริงของ EIIZO)
STEP 4-1: ขออนุญาตจากเจ้าของสถานที่
ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลสถานที่ถ่ายทำ (เจ้าของอาคาร ผู้จัดการโรงงาน ผู้จัดการโรงแรม ฯลฯ) สำหรับงานที่รับจากลูกค้า โดยปกติลูกค้าจะเป็นผู้ดำเนินการขออนุญาตในส่วนนี้
STEP 4-2: โทรปรึกษา CAAT ล่วงหน้า
โทรติดต่อ CAAT โดยตรง (โทร: 02-568-8800) แจ้งสถานที่ วันเวลา และวัตถุประสงค์ของการถ่ายทำ เจ้าหน้าที่ CAAT จะแจ้งขั้นตอนเพิ่มเติมที่จำเป็นสำหรับสถานที่นั้น ๆ
STEP 4-3: ดำเนินการตามที่ CAAT แนะนำ
คำแนะนำจาก CAAT จะแตกต่างกันไปในแต่ละโครงการ ตัวอย่างที่พบบ่อย:
- “สถานที่นั้นไม่มีปัญหา หากลงทะเบียนแล้วสามารถบินได้”
- “กรุณาแจ้งสถานีตำรวจในพื้นที่ก่อนถ่ายทำ”
- “อยู่ใกล้เขตควบคุมสนามบิน ต้องยื่นขออนุญาตเพิ่มเติม”
สิ่งสำคัญคือ ไม่มีขั้นตอนตายตัวแบบเดียวกันทุกกรณี แต่ขึ้นอยู่กับสถานที่และสถานการณ์ ดังนั้นการติดต่อ CAAT โดยตรงจึงเป็นวิธีที่แน่นอนที่สุด
วิธีตรวจสอบพื้นที่ห้ามบิน
ก่อนบินทุกครั้ง ต้องตรวจสอบพื้นที่ห้ามบินเสมอ
ก่อนหน้านี้ แอป “Open Sky” ที่พัฒนาโดย AEROTHAI ร่วมกับ CAAT (เปิดตัวเดือนกันยายน 2565 ใช้ได้เฉพาะในรัศมี 65 กม. จากสนามบินดอนเมือง) เคยเป็นเครื่องมือช่วยยื่นขออนุญาตบินอย่างสะดวก แต่ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 CAAT ได้เปิดตัวแอป UAS Portal ซึ่งปัจจุบันเป็นเครื่องมือทางการสำหรับยื่นแผนการบินและตรวจสอบพื้นที่ห้ามบิน
หลังเข้าสู่ระบบแอป UAS Portal (รองรับทั้ง iOS และ Android) จะเห็นแผนที่แสดงพื้นที่บินได้ พื้นที่จำกัด และพื้นที่ห้ามบิน ต้องยื่นแผนการบินผ่านแอปล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน
บริเวณรอบสนามบิน ค่ายทหาร พระราชวัง และหน่วยงานราชการ เป็นเขตห้ามบิน รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทเขตห้ามบินและกฎระเบียบล่าสุด อ่านเพิ่มเติมได้ในบทความแยก
→ แผนที่เขตห้ามบินโดรนในไทย + วิธีตรวจสอบฉบับสมบูรณ์
ความแตกต่างระหว่างการถ่ายทำเชิงพาณิชย์และการใช้งานส่วนตัว
สำหรับผู้รับผิดชอบฝ่ายการตลาดของบริษัทที่ต้องการจ้างถ่ายโดรน ต่อไปนี้คือจุดตรวจสอบว่าผู้ให้บริการปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่
ผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือควรมีเอกสารต่อไปนี้:
- เลขใบอนุญาตนักบิน CAAT
- หมายเลขทะเบียนโดรน (รูปแบบ RA-XX-XX-XXXX)
- กรมธรรม์ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (ที่ยังไม่หมดอายุ)
- ใบลงทะเบียนคลื่นความถี่ กสทช.
หากขอดูเอกสารเหล่านี้แล้วผู้ให้บริการไม่สามารถแสดงได้ ควรระมัดระวัง การจ้างผู้ให้บริการที่ไม่มีใบอนุญาต หากเกิดอุบัติเหตุระหว่างถ่ายทำ อาจเกิดปัญหาเรื่องความรับผิดชอบตามมาได้
EIIZO สามารถแสดงเอกสารการลงทะเบียนและประกันภัยทั้งหมดได้ สอบถามรายละเอียดได้ทันที
→ ดูรายละเอียดบริการถ่ายโดรนของ EIIZO
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: มีโดรนที่ไม่ต้องลงทะเบียนไหม?
A: ไม่มี ในประเทศไทย โดรนทุกประเภทไม่ว่าจะมีกล้องหรือไม่ หรือน้ำหนักเท่าใด ล้วนจัดเป็น “อากาศยานไร้คนขับ” ที่ต้องลงทะเบียนตามกฎหมาย แม้แต่โดรนของเล่นก็เช่นกัน ข้อยกเว้น “น้ำหนักต่ำกว่า 250 กรัมไม่ต้องลงทะเบียน” นั้นเป็นกฎของประเทศอื่น ไม่ใช่ของไทย
Q: การลงทะเบียนมีค่าใช้จ่ายเท่าไร?
A: การลงทะเบียนกับ กสทช. และ CAAT ไม่มีค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายจริงมีเพียงค่าเบี้ยประกัน ซึ่งประกันบุคคลที่ 3 อยู่ที่ประมาณ 500-2,000 บาท/ปี รวมแล้วดำเนินการทุกขั้นตอนได้ภายใน 2,000 บาท
Q: ชาวต่างชาติลงทะเบียนได้ไหม?
A: ได้ ใช้หนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงาน (กรณีทำงานในไทย) ก็สามารถลงทะเบียนได้ ผู้เขียนเองก็เป็นชาวญี่ปุ่นที่ดำเนินการทุกขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว ทั้งใบอนุญาตนักบิน การจดทะเบียนโดรน และการทำประกันภัย ทั้งหมดในนามชาวต่างชาติ แบบทดสอบเป็นภาษาไทยเท่านั้น แต่หากอ่านเอกสารประกอบการเรียนรู้ล่วงหน้าก็สามารถรับมือได้
Q: โดรน DJI ต้องทำขั้นตอนพิเศษไหม?
A: ไม่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็น DJI Air 2S, Mini 4 Pro, Mavic 3 หรือรุ่นอื่น ๆ ไม่ต้องทำขั้นตอนพิเศษใด ๆ ลงทะเบียนตามขั้นตอนปกติ กสทช. → ประกันภัย → CAAT ได้เลย Serial Number สามารถตรวจสอบได้ที่ใต้ตัวเครื่องหรือในแอป DJI Fly
Q: สอบไม่ผ่านทำอย่างไร?
A: สามารถสอบใหม่ได้หลังจากพ้น 24 ชั่วโมง ไม่มีจำกัดจำนวนครั้ง ผู้เขียนเองก็สอบไม่ผ่านในครั้งแรก แต่หลังจากทบทวนคำศัพท์กฎหมายภาษาไทยแล้วสอบอีกครั้งก็ผ่าน รายละเอียดอ่านได้ในหัวข้อ “ประสบการณ์จริง สอบไม่ผ่าน → สอบใหม่จนผ่าน” ของบทความนี้
ลองขอใบเสนอราคาฟรีดูไหม?
EIIZO เป็นผู้ให้บริการถ่ายโดรนที่ลงทะเบียนกับ CAAT และมีประกันภัยครบถ้วน
- ใบอนุญาตนักบิน: B029289/2025
- หมายเลขทะเบียนโดรน: RA-07-25-2074
- ประกันบุคคลที่ 3: ทิพยประกันภัย (วงเงิน 1,000,000 บาท)
- ดำเนินการขออนุญาตบินให้ทั้งหมด
ขั้นตอนขออนุญาตที่ยุ่งยากทั้งหมด EIIZO ดำเนินการให้ ลูกค้าเพียงแค่บอกว่าต้องการวิดีโอแบบไหน ที่เหลือวางใจให้เราดูแล
ให้บริการทั่วประเทศไทย โดยมีฐานอยู่ที่กรุงเทพฯ สอบถามรายละเอียดได้ทันที
コメント