ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด: 10 สิงหาคม 2569
สรุปก่อน: การบินโดรนโดยยังไม่ลงทะเบียนหรือไม่ได้รับอนุญาตในประเทศไทยอาจมีทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ หากโดรนหรือการปฏิบัติการบินของคุณอยู่ในข่ายที่ต้องขึ้นทะเบียนหรือขออนุญาต แต่เอกสารยังไม่ครบ อย่านำโดรนขึ้นบิน การบินเพียงครั้งเดียวอาจเกี่ยวข้องกับทั้งกฎหมายการเดินอากาศที่ CAAT กำกับดูแล และกฎหมายวิทยุคมนาคมที่สำนักงาน กสทช. กำกับดูแล จึงไม่ใช่การเลือกลงทะเบียนกับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งแทนกัน
กรณีบังคับหรือปล่อยโดรนโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ มีอัตราโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการมีหรือใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีอัตราโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ตัวเลขข้างต้นคืออัตราโทษสูงสุดตามกฎหมาย ไม่ใช่ค่าปรับตายตัว ข้อหาที่ใช้และโทษจริงขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร พื้นที่ เวลา วัตถุประสงค์การบิน และกฎหมายหรือประกาศที่มีผลในวันเกิดเหตุ
CAAT กับ กสทช. ดูแลคนละเรื่อง
CAAT: สิทธิและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยาน
CAAT หรือสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กำกับเรื่องผู้บังคับอากาศยาน ตัวอากาศยาน และเงื่อนไขของการปฏิบัติการบิน เช่น การขึ้นทะเบียน การขออนุญาตก่อนบิน พื้นที่ เวลา ความสูง และข้อจำกัดที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตหรือประกาศที่มีผลอยู่ในขณะนั้น
กสทช. (NBTC): เครื่องวิทยุคมนาคมและการใช้คลื่นความถี่
สำนักงาน กสทช. กำกับเครื่องวิทยุคมนาคมที่ใช้ควบคุมโดรนและการใช้คลื่นความถี่ การขึ้นทะเบียนในส่วนนี้จึงไม่ได้ทดแทนการขึ้นทะเบียนหรือการขออนุญาตกับ CAAT ปัจจุบันสามารถตรวจสอบช่องทางขึ้นทะเบียนออนไลน์ได้ที่ AnyRegis ของสำนักงาน กสทช.
ในทางปฏิบัติ โดรนหนึ่งลำและเที่ยวบินหนึ่งครั้งอาจต้องตรวจเอกสารทั้งสองส่วน หากขาดทั้งสองส่วน การกระทำเดียวกันอาจถูกพิจารณาตามกฎหมายมากกว่าหนึ่งฉบับได้
เปรียบเทียบอัตราโทษสูงสุด
| ประเด็น | ฐานกฎหมายที่เกี่ยวข้อง | อัตราโทษสูงสุด |
|---|---|---|
| บังคับหรือปล่อยโดรนโดยไม่ได้รับอนุญาต | พระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 มาตรา 24 ประกอบมาตรา 78 (1) | จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ |
| มีหรือใช้เครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียน | พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 6 | จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ |
| ได้รับอนุญาตแล้วแต่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด | พระราชบัญญัติการเดินอากาศ มาตรา 67/20 | ปรับไม่เกิน 50,000 บาท |
| ฝ่าฝืนประกาศ CAAT ฉบับที่ 16 | ข้อ 8 ของประกาศฉบับที่ 16 ประกอบมาตรา 78 (1) | จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกใช้มาตรการตอบโต้ตามประกาศ |
อย่านำตัวเลขสองรายการมาบวกเป็น “ค่าปรับแน่นอน” และอย่าใช้จำนวนเงินจากข่าวคดีเก่ามาเป็นมาตรฐาน เพราะแต่ละคดีอาจมีข้อหาและข้อเท็จจริงต่างกัน บทความนี้จึงอ้างอิงอัตราโทษสูงสุดตามกฎหมายและข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ แทนการยกตัวอย่างยอดค่าปรับจากเหตุการณ์เฉพาะราย
หากบินเข้าเขตหวงห้ามเด็ดขาด เขตหวงห้ามเฉพาะ หรือทำให้เกิดอันตรายต่ออากาศยาน อาจมีฐานความผิดอื่นและโทษที่แตกต่างจากตารางนี้ จึงต้องตรวจพื้นที่และลักษณะการบินจริงทุกครั้ง
ปี 2569 มีอะไรที่ต้องตรวจเพิ่มก่อนบิน

ประกาศ CAAT ฉบับที่ 16: ขณะนี้ต้องขออนุญาตผ่าน UAS Portal ก่อนบิน
ณ วันที่ตรวจสอบบทความนี้ ประกาศ CAAT ฉบับที่ 16 พ.ศ. 2569 ยังมีสถานะบังคับใช้ ประกาศดังกล่าวอนุญาตให้โดรนพลเรือนทุกวัตถุประสงค์ปฏิบัติการบินได้ทั่วประเทศ ยกเว้นพื้นที่ที่ยังคงห้ามบินตามประกาศ แต่ผู้บินต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดก่อน ได้แก่
- มีหนังสือการขึ้นทะเบียนผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานที่ยังไม่หมดอายุ
- มีทะเบียนอากาศยานที่ระบุวัตถุประสงค์การปฏิบัติการบิน
- ยื่นขออนุญาตปฏิบัติการบินล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน UAS Portal และรอให้ได้รับอนุญาตก่อน
- ไม่มีประวัติการฝ่าฝืนหรือถูกเพิกถอนเอกสารตามที่ประกาศกำหนด
- มีประกันภัยบุคคลที่สามที่ยังมีผลและครอบคลุมช่วงเวลาที่ขอปฏิบัติการบิน ตามวงเงินที่กฎหมายกำหนด
หลังได้รับอนุญาตแล้ว ก่อนบินทุกครั้งต้องแจ้งพื้นที่ วัน เวลา และวัตถุประสงค์การบินผ่าน UAS Portal และแจ้งศูนย์บังคับและต่อต้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศบตอ.น.) ด้วย โดยประกาศฉบับที่ 16 ระบุช่องทางอีเมล antidrone.police@gmail.com หากมีประกาศใหม่ต้องใช้ช่องทางตามฉบับที่มีผลในวันบิน
ประกาศฉบับที่ 16 ยังห้ามบินในอำเภอที่กำหนดของ 7 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด โดยเปิดให้พิจารณาอนุญาตเฉพาะการเกษตร การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภารกิจเร่งด่วนที่หากไม่บินแล้วจะเกิดความเสียหายต่อบุคคล ทรัพย์สินหรือประชาชน และการรวบรวมพยานหลักฐานทางอาญาโดยหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจ รายชื่ออำเภอและขอบเขตพื้นที่ต้องดูจากเอกสารแนบท้ายประกาศ งานถ่ายภาพเชิงพาณิชย์ทั่วไปในพื้นที่ดังกล่าวจึงไม่ควรสรุปเองว่าสามารถบินได้
ประกาศนี้เป็นมาตรการด้านความมั่นคงและอาจถูกแก้ไขหรือยกเลิกภายหลัง ควรตรวจหน้า กฎหมายและระเบียบใน CAAT UAS Portal อีกครั้งในวันที่วางแผนบิน ไม่ควรยึดบทความหรือภาพหน้าจอเก่าเป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียว
Specific Category ไม่ได้หมายถึงงานเชิงพาณิชย์ทุกงาน
ในปี 2569 CAAT มีหลักเกณฑ์สำหรับโดรนน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัมที่ต้องการปฏิบัติแตกต่างจากเงื่อนไขทั่วไป โดยพิจารณาความเสี่ยงและการขออนุญาตในลักษณะ Specific Category ประเด็นสำคัญคือ ไม่ควรเหมารวมว่างานถ่ายภาพหรือการบินเชิงพาณิชย์ทุกงานเป็น Specific Category โดยอัตโนมัติ ต้องดูว่าแผนบินจริงแตกต่างจากเงื่อนไขทั่วไปหรือไม่ และ CAAT กำหนดให้ยื่นข้อมูลหรือการประเมินเพิ่มเติมเพียงใด
อย่าสับสนระหว่างการขออนุญาตก่อนบินตามประกาศฉบับที่ 16 ซึ่งขณะนี้ใช้กับการบินพลเรือนทุกวัตถุประสงค์ภายใต้พื้นที่และเงื่อนไขที่กำหนด กับการขออนุญาตเพื่อปฏิบัติแตกต่างจากเงื่อนไขทั่วไป หากแผนบินเข้าทั้งสองกรณี ผู้ดำเนินการต้องทำตามกระบวนการที่เกี่ยวข้องให้ครบ
ลงทะเบียนแล้ว ยังต้องตรวจอะไรอีก
- เอกสารต้องตรงกับเที่ยวบินจริง: ผู้บังคับอากาศยาน ตัวอากาศยาน วัตถุประสงค์ และช่วงเวลาที่จะบินต้องสอดคล้องกับเอกสารที่ใช้ยื่น
- ตรวจสถานะทั้ง CAAT และ กสทช.: การมีหลักฐานจากหน่วยงานหนึ่งไม่ได้ทดแทนอีกหน่วยงานหนึ่ง ดูขั้นตอนได้จาก คู่มือขึ้นทะเบียนโดรนในประเทศไทย
- ตรวจพื้นที่และประกาศชั่วคราว: เช็กเขตห้าม เขตจำกัด เขตอันตราย พื้นที่ใกล้สนามบิน และประกาศด้านความมั่นคงที่มีผลในวันบิน อ่านต่อที่ พื้นที่ห้ามบินโดรนในไทย
- ขออนุญาตเจ้าของหรือหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่: การได้รับอนุญาตจาก CAAT ไม่ได้แปลว่าเข้าถึงสถานที่เอกชนหรือพื้นที่ของหน่วยงานอื่นได้โดยอัตโนมัติ
- ตรวจประกันภัย: กรมธรรม์ต้องยังมีผล ครอบคลุมวันและลักษณะงาน รวมถึงความเสียหายต่อบุคคลที่สาม ดูแนวทางได้ที่ ประกันภัยโดรนในประเทศไทย
- ขออนุญาตและแจ้งก่อนบิน: เก็บหลักฐานการอนุญาตจาก UAS Portal และหลักฐานการแจ้งหน่วยงานตามประกาศปัจจุบันไว้กับทีมภาคสนาม
- ประเมินความปลอดภัยหน้างาน: สภาพอากาศ ผู้คน สิ่งกีดขวาง สัญญาณรบกวน จุดขึ้นลง แผนฉุกเฉิน และความเป็นส่วนตัวต้องได้รับการตรวจจริงก่อนปล่อยอากาศยาน
บริษัทที่จ้างถ่ายโดรนควรขอดูอะไร
ผู้ว่าจ้างไม่จำเป็นต้องยึดติดกับหมายเลขใบอนุญาตหรือรุ่นโดรนเพียงชุดเดียวที่แสดงบนเว็บไซต์ เพราะผู้ให้บริการอาจจัดทีมภายนอกหรือเลือกอากาศยานให้เหมาะกับแต่ละงาน สิ่งที่ควรตรวจคือเอกสารของ ผู้บังคับอากาศยานและโดรนที่จะใช้จริงในวันถ่าย โดยขอข้อมูลต่อไปนี้ก่อนยืนยันงาน
- ชื่อผู้บังคับอากาศยาน รุ่นและหมายเลขประจำเครื่องของโดรนที่จะใช้จริง
- หลักฐานการขึ้นทะเบียนที่เกี่ยวข้องจาก CAAT และสำนักงาน กสทช. พร้อมวันหมดอายุ
- แผนบินที่ระบุพิกัด วัน เวลา ความสูง วัตถุประสงค์ จุดขึ้นลง และผู้ประสานงานพื้นที่
- สถานะคำขออนุญาตใน UAS Portal และคำอนุญาตเพิ่มเติม หากแผนบินแตกต่างจากเงื่อนไขทั่วไป
- หนังสืออนุญาตจากเจ้าของพื้นที่หรือหน่วยงานที่ดูแลสถานที่
- กรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมวันถ่ายและความเสียหายต่อบุคคลที่สาม
- หลักฐานการแจ้งหน่วยงานก่อนบินตามประกาศที่มีผลในวันนั้น และแผนสำรองหากไม่ได้รับอนุญาตหรือสภาพอากาศไม่เหมาะสม
วิธีนี้ตรวจสอบได้ดีกว่าการถามเพียงว่า “มีใบอนุญาตไหม” เพราะเอกสารอาจถูกต้อง แต่ไม่ตรงกับผู้บิน อากาศยาน พื้นที่ หรือช่วงเวลาของงานจริง ดูรายการเตรียมงานเพิ่มเติมได้ที่ เช็กลิสต์จ้างถ่ายโดรนครั้งแรก
คำถามที่พบบ่อย
ลงทะเบียน CAAT และ กสทช. แล้ว บินได้ทันทีหรือไม่
ไม่ได้เสมอไป ณ วันที่ 10 สิงหาคม 2569 ประกาศ CAAT ฉบับที่ 16 กำหนดให้ยื่นขออนุญาตปฏิบัติการบินล่วงหน้าผ่าน UAS Portal และเมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ยังต้องแจ้งข้อมูลก่อนบินทุกครั้งตามช่องทางที่ประกาศกำหนด นอกจากนี้ยังต้องตรวจพื้นที่และเงื่อนไขของเที่ยวบินด้วย
ต้องขึ้นทะเบียนทั้ง CAAT และ กสทช. หรือไม่
ทั้งสองหน่วยงานดูแลคนละส่วน CAAT ดูเรื่องผู้บังคับ อากาศยาน และการปฏิบัติการบิน ส่วนสำนักงาน กสทช. ดูเรื่องเครื่องวิทยุคมนาคมและคลื่นความถี่ จึงต้องตรวจว่าโดรนและการใช้งานของคุณอยู่ในข่ายข้อกำหนดใดของแต่ละหน่วยงาน ไม่ควรถือว่าเอกสารจากหน่วยงานหนึ่งใช้แทนอีกหน่วยงานได้
งานถ่ายภาพเชิงพาณิชย์ทุกงานเป็น Specific Category หรือไม่
ไม่ควรสรุปเช่นนั้นโดยอัตโนมัติ ต้องพิจารณาแผนบินจริงว่าปฏิบัติแตกต่างจากเงื่อนไขทั่วไปหรือไม่ หากแตกต่าง ต้องยื่นขออนุญาตตามหลักเกณฑ์ Specific Category ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม การขออนุญาตก่อนบินตามประกาศฉบับที่ 16 เป็นอีกหน้าที่หนึ่งซึ่งต้องตรวจแยกกัน
โดรนขนาดเล็กบินได้เลยหรือไม่
อย่าพิจารณาจากน้ำหนักเพียงอย่างเดียว กล้อง อุปกรณ์วิทยุคมนาคม วัตถุประสงค์ พื้นที่ และลักษณะการบินอาจทำให้เกิดหน้าที่ด้านการขึ้นทะเบียนหรือขออนุญาต ควรตรวจเกณฑ์ล่าสุดใน UAS Portal และ AnyRegis โดยใช้ข้อมูลของโดรนรุ่นที่จะบินจริง
ต้องแจ้งตำรวจก่อนบินทุกครั้งหรือไม่
ตามประกาศ CAAT ฉบับที่ 16 ที่มีผลอยู่ ณ วันที่ตรวจสอบนี้ เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ก่อนบินทุกครั้งต้องแจ้งพื้นที่ วัน เวลา และวัตถุประสงค์ต่อ CAAT ผ่าน UAS Portal และต่อ ศบตอ.น. ตามช่องทางในประกาศ หากมีประกาศใหม่ ให้ใช้ขั้นตอนตามฉบับที่มีผลในวันบิน
อัตราโทษสูงสุดคือค่าปรับที่จะต้องจ่ายจริงหรือไม่
ไม่ใช่ อัตราโทษสูงสุดคือกรอบที่กฎหมายกำหนด การแจ้งข้อหาและโทษจริงขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี จึงไม่ควรนำยอดค่าปรับจากคดีหนึ่งไปใช้คาดการณ์อีกคดีโดยไม่มีรายละเอียดทางกฎหมาย
ข้อมูลทางการที่ควรตรวจในวันวางแผนบิน
- กฎหมายและระเบียบใน CAAT UAS Portal
- ประกาศ CAAT ฉบับที่ 16 พ.ศ. 2569 และเอกสารแนบฉบับเต็ม
- หลักเกณฑ์การขอปฏิบัติแตกต่างจากเงื่อนไขสำหรับโดรนน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม พ.ศ. 2569
- ข้อมูลสำนักงาน กสทช. เรื่องการขึ้นทะเบียนเครื่องวิทยุคมนาคมสำหรับโดรนและอัตราโทษ
- ระบบ AnyRegis ของสำนักงาน กสทช.
บทความนี้จัดทำเพื่อสรุปข้อมูลสำหรับการวางแผน ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย กฎหมายและมาตรการด้านความมั่นคงสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ควรยืนยันกับหน่วยงานที่มีอำนาจก่อนปฏิบัติการบินทุกครั้ง
วางแผนถ่ายโดรนสำหรับธุรกิจในประเทศไทย
หากต้องการใช้ บริการถ่ายโดรนสำหรับธุรกิจ เพื่อถ่ายโรงงาน อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม อีเวนต์ หรือวิดีโอองค์กร ส่งพิกัด วันที่ และวัตถุประสงค์ของงานให้ EIIZO ทาง LINE เราจะตรวจความเป็นไปได้ของพื้นที่และประสานทีมบินที่เหมาะกับงาน โดยยืนยันเอกสารตามผู้บังคับอากาศยานและโดรนที่จะใช้จริงก่อนเริ่มถ่าย