ประกันภัยโดรนไม่ใช่แค่ “มีไว้เผื่อ” แต่เป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญของการบริหารความเสี่ยงเมื่อมีการบินโดรนจริง โดยเฉพาะงานถ่ายทำสำหรับองค์กร ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม โรงงาน ไซต์ก่อสร้าง ศูนย์การค้า อสังหาริมทรัพย์ หรืออีเวนต์ต่าง ๆ ทุกสถานที่ล้วนมีความเสี่ยงที่โดรนอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลภายนอก ทรัพย์สิน หรืออุปกรณ์ของสถานที่ได้
ในงานองค์กร ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้จบแค่ค่าซ่อมเล็กน้อย หากโดรนกระทบกับคน รถ กระจก ป้าย เครื่องจักร หรืออุปกรณ์มูลค่าสูง ความเสียหายอาจขยายไปถึงการหยุดงาน ความล่าช้าของโครงการ หรือข้อพิพาทเรื่องความรับผิดได้ ด้วยเหตุนี้ การตรวจสอบว่ามีประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอกหรือไม่ วงเงินเพียงพอหรือไม่ และมีผลคุ้มครองในวันที่ถ่ายจริงหรือไม่ จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
อย่างไรก็ตาม คำว่า “ประกันภัยโดรน” มักรวมหลายอย่างไว้ด้วยกัน เช่น ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ประกันตัวเครื่อง ความคุ้มครองที่เกี่ยวกับผู้บังคับโดรน และบริการอย่าง DJI Care Refresh ซึ่งมีบทบาทแตกต่างกัน บทความนี้จึงสรุปให้เข้าใจว่าแต่ละอย่างต่างกันอย่างไร ควรเปรียบเทียบจากอะไร และองค์กรควรถามอะไรกับบริษัทถ่ายโดรนก่อนตัดสินใจ
EIIZO ไม่ใช่บริษัทประกันภัย บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยสรุปแนวคิดและจุดที่ควรตรวจสอบเท่านั้น ค่าเบี้ยประกัน วงเงินคุ้มครอง เงื่อนไขการรับประกัน ข้อยกเว้น และรายละเอียดกรมธรรม์อาจแตกต่างกันไปตามบริษัทประกันหรือโบรกเกอร์ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ก่อนตัดสินใจทำประกันหรือใช้อ้างอิงในการดำเนินงาน ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการ เอกสารกรมธรรม์ หรือโบรกเกอร์ที่เกี่ยวข้องทุกครั้ง
ต้องการใช้โดรนในงานถ่ายทำของบริษัท?
ส่งสถานที่ วันที่ต้องการถ่าย และวัตถุประสงค์ของงานมาทาง LINE ได้เลย ทีมงานจะช่วยเช็กเบื้องต้นว่ามีเรื่องการบิน ความปลอดภัย ประกันภัย หรือการลงทะเบียนอะไรที่ควรเตรียมเพิ่มเติม
- ประกันภัยโดรนจำเป็นเพราะอะไร?
- ประกันภัยโดรนมีประเภทหลักอะไรบ้าง?
- ควรเปรียบเทียบอะไรบ้างเมื่อเลือกประกันภัยโดรน?
- ในกรมธรรม์ประกันภัยโดรน ควรดูอะไรบ้าง?
- ค่าเบี้ยประกันและแนวทางเลือกดูอย่างไร?
- องค์กรควรถามอะไรเรื่องประกันกับบริษัทถ่ายโดรน?
- ถ้าเกิดอุบัติเหตุจากโดรน ควรทำอย่างไรเป็นลำดับแรก?
- ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
- คำถามที่พบบ่อย
- กำลังวางแผนใช้โดรนในงานธุรกิจอยู่หรือไม่?
- บทความที่เกี่ยวข้อง
ประกันภัยโดรนจำเป็นเพราะอะไร?

ประกันภัยโดรนที่สำคัญที่สุดสำหรับการใช้งานจริงคือ ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นประกันที่คุ้มครองกรณีโดรนก่อให้เกิดความเสียหายต่อร่างกายหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ในเอกสารแนะนำของ CAAT มีการกล่าวถึงวงเงินคุ้มครองขั้นต่ำ 1,000,000 บาทสำหรับโดรนบางประเภท จึงเป็นตัวเลขอ้างอิงที่ควรใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการตรวจสอบ
สิ่งสำคัญคือประกันไม่ได้จำเป็นเฉพาะบางสถานที่เท่านั้น แต่จำเป็นแทบทุกงาน เพราะไม่ว่าบินที่โรงแรม โรงงาน ไซต์ก่อสร้าง รีสอร์ท อสังหาริมทรัพย์ หรืออีเวนต์ ก็มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้เสมอ ในงานองค์กร ความเสียหายยังอาจกระทบถึงแขก พนักงาน ผู้รับเหมา อุปกรณ์ราคาแพง และความต่อเนื่องของธุรกิจด้วย
ขณะเดียวกัน การมีประกันไม่ได้หมายความว่าสามารถบินได้ทุกที่โดยอัตโนมัติ ประกันเป็นเรื่องของการรองรับความเสียหายหากเกิดเหตุ ส่วนการตรวจสอบพื้นที่บิน การขออนุญาตจากสถานที่ และเรื่องการลงทะเบียนโดรนยังเป็นคนละประเด็นกัน หากต้องการดูเรื่องการลงทะเบียนและกฎพื้นฐานเพิ่มเติม ดูได้ที่ คู่มือลงทะเบียนโดรน
ประกันภัยโดรนมีประเภทหลักอะไรบ้าง?

ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
ประกันประเภทนี้คุ้มครองความเสียหายที่โดรนก่อให้เกิดต่อบุคคลภายนอก เช่น คน รถ อาคาร กระจก ป้าย เครื่องจักร หรือทรัพย์สินอื่น ๆ ของผู้อื่น สำหรับงานถ่ายทำเชิงพาณิชย์และงานองค์กร นี่คือประกันที่ควรถูกตรวจสอบเป็นอันดับแรก
ประกันตัวเครื่อง
ประกันตัวเครื่องคุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับโดรนของผู้เอาประกันเอง เช่น ตก แตก ชำรุด หรือน้ำเข้า ประกันประเภทนี้มีประโยชน์เมื่อใช้โดรนมูลค่าสูงหรือใช้งานบ่อย แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกับประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
ความคุ้มครองที่เกี่ยวกับผู้บังคับโดรน
บางแผนประกันอาจมีความคุ้มครองเพิ่มเติม เช่น ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการประกันตัวผู้บังคับโดรนหรือขั้นตอนทางกฎหมายหากเกิดเหตุ ทั้งนี้รายละเอียดส่วนนี้ไม่เหมือนกันในแต่ละแผน จึงควรอ่านเงื่อนไขในกรมธรรม์ให้ชัดเจน ไม่ควรดูเพียงชื่อแผนเท่านั้น
DJI Care Refresh แตกต่างอย่างไร
DJI Care Refresh เป็นบริการที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมหรือเปลี่ยนตัวเครื่องของแบรนด์ ไม่ใช่ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก จึงไม่ควรเข้าใจว่า DJI Care สามารถทดแทนประกันที่ใช้สำหรับความเสี่ยงต่อผู้อื่นได้
ควรเปรียบเทียบอะไรบ้างเมื่อเลือกประกันภัยโดรน?

หากเปรียบเทียบประกันจากค่าเบี้ยเพียงอย่างเดียว อาจได้แผนที่ไม่ตรงกับการใช้งานจริง สำหรับงานองค์กรหรือการใช้งานที่ต้องแสดงเอกสาร ควรดูว่ากรมธรรม์นั้นใช้ตรวจสอบได้จริง ครอบคลุมโดรนและผู้บังคับที่เกี่ยวข้องจริง และมีผลในวันที่ใช้งานจริงหรือไม่
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ควรตรวจสอบอะไร | ความสำคัญ |
|---|---|---|
| ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก | มีความคุ้มครองที่ใช้กับการลงทะเบียนและงานถ่ายทำจริงหรือไม่ | สูงมาก |
| วงเงินคุ้มครอง | เพียงพอสำหรับความเสี่ยงของงานหรือไม่ | สูงมาก |
| โดรนที่ได้รับความคุ้มครอง | รุ่นและ Serial Number ตรงกับเครื่องที่จะใช้จริงหรือไม่ | สูงมาก |
| ผู้บังคับโดรน | ผู้ที่จะปฏิบัติงานจริงอยู่ในเงื่อนไขคุ้มครองหรือไม่ | สูงมาก |
| ระยะเวลาคุ้มครอง | มีผลคุ้มครองในวันถ่ายจริงหรือไม่ | สูงมาก |
| พื้นที่คุ้มครอง | คุ้มครองภายในประเทศไทยหรือพื้นที่ปฏิบัติงานจริงหรือไม่ | สูง |
| ค่าเสียหายส่วนแรก / Deductible | มีภาระส่วนที่ต้องจ่ายเองหรือไม่ | กลาง |
| เวลาการออกกรมธรรม์หรือ Certificate PDF | ทันต่อการลงทะเบียนหรือใช้งานหรือไม่ | กลาง |
| บริการช่วยลงทะเบียน | มีช่วยเรื่อง NBTC / CAAT หรือไม่ | ขึ้นอยู่กับความต้องการ |
เงื่อนไขและราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามบริษัทหรือโบรกเกอร์ จึงควรใช้ตารางนี้เป็นแนวทางในการถามคำถาม ไม่ใช่เป็นข้อสรุปแทนข้อมูลทางการจากผู้ให้บริการประกัน
ในกรมธรรม์ประกันภัยโดรน ควรดูอะไรบ้าง?

การบอกว่า “มีประกันแล้ว” ยังไม่เพียงพอ สิ่งสำคัญคือต้องดูว่าในกรมธรรม์ระบุอะไรไว้บ้าง และข้อมูลนั้นสอดคล้องกับการใช้งานจริงหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้เอกสารสำหรับการลงทะเบียน การยื่นให้สถานที่ หรือการตรวจสอบก่อนเริ่มงาน
| หัวข้อ | สิ่งที่ควรตรวจ |
|---|---|
| ชื่อผู้เอาประกัน | เป็นชื่อบุคคลหรือนิติบุคคลที่ถูกต้องหรือไม่ |
| ข้อมูลโดรน | ยี่ห้อ รุ่น และรายละเอียดเครื่องตรงกับที่ใช้งานจริงหรือไม่ |
| Serial Number | ตรงกับเครื่องที่จะบินจริงหรือไม่ |
| วงเงินคุ้มครอง | เพียงพอกับลักษณะงานและข้อกำหนดของสถานที่หรือไม่ |
| ระยะเวลาประกัน | ยังมีผลในวันถ่ายหรือวันลงทะเบียนหรือไม่ |
| พื้นที่คุ้มครอง | ใช้ได้ในประเทศไทยและในพื้นที่ใช้งานจริงหรือไม่ |
| เงื่อนไขการใช้งาน | มีข้อจำกัดเรื่องการใช้งานเชิงพาณิชย์หรือไม่ |
ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยหมายเลขกรมธรรม์หรือข้อมูลส่วนตัวในบทความสาธารณะ แต่ผู้ว่าจ้างและผู้ปฏิบัติงานควรรู้ว่าต้องตรวจหัวข้อใดบ้างเพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนก่อนเริ่มงาน
ค่าเบี้ยประกันและแนวทางเลือกดูอย่างไร?
ค่าเบี้ยประกันโดรนแตกต่างกันตามประเภทความคุ้มครอง วงเงิน ระยะเวลาประกัน และบริการเสริม เช่น ช่วยลงทะเบียนหรือไม่ บางผู้ให้บริการมีแผนเฉพาะประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก บางรายมีแผนที่รวมประกันตัวเครื่องด้วย
อย่างไรก็ตาม บทความนี้ไม่ได้จัดอันดับบริษัทประกันหรือสรุปราคาแบบตายตัว เพราะราคาและเงื่อนไขสามารถเปลี่ยนได้ การใช้งานที่ปลอดภัยกว่าคือดู “สิ่งที่ต้องเช็ก” มากกว่าดู “ถูกที่สุดหรือไม่” และหากต้องการเปรียบเทียบเรื่องต้นทุนรวมของงานถ่ายโดรน สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือราคาถ่ายโดรน
แผนราคาประหยัด ควรเช็กอะไรเพิ่ม
หากเลือกแผนที่ราคาไม่สูง ควรตรวจสอบให้ชัดว่าแผนนั้นมีวงเงินพอหรือไม่ ครอบคลุมเครื่องและผู้บังคับที่ใช้งานจริงหรือไม่ รวมถึงมีเอกสารหรือ Certificate ที่ใช้ยืนยันได้จริงหรือไม่
Liability Only กับ Hull & Liability ต่างกันอย่างไร
Liability Only เน้นความคุ้มครองต่อความเสียหายของบุคคลภายนอก ส่วน Hull & Liability จะรวมความคุ้มครองตัวเครื่องด้วย หากเป็นงานที่ใช้โดรนมูลค่าสูงหรือใช้งานต่อเนื่องบ่อย อาจพิจารณาแผนที่รวมตัวเครื่องด้วยได้
ประกันที่มีบริการช่วยลงทะเบียน
บางบริษัทหรือโบรกเกอร์มีบริการช่วยเรื่อง NBTC หรือ CAAT รวมอยู่ด้วย ซึ่งอาจสะดวกสำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นขั้นตอน แต่ควรเช็กให้ชัดว่าครอบคลุมถึงขั้นตอนไหน และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่
องค์กรควรถามอะไรเรื่องประกันกับบริษัทถ่ายโดรน?

หากองค์กรเป็นผู้ว่าจ้าง อาจไม่จำเป็นต้องซื้อประกันเองทุกครั้ง แต่ควรตรวจสอบว่าบริษัทถ่ายโดรนที่รับงานมีประกันพร้อมใช้งานจริงหรือไม่ เพราะในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ความชัดเจนเรื่องความรับผิดจะมีผลโดยตรงต่อความเสี่ยงของโครงการ
โดยเฉพาะในโรงงานหรือไซต์ก่อสร้างที่มีอุปกรณ์มูลค่าสูง ความเสียหายอาจไม่จบแค่ซ่อมเครื่องเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการหยุดไลน์ การเลื่อนงาน หรือผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้อง จึงควรถามเรื่องประกันเป็นหนึ่งในหัวข้อหลักตั้งแต่ก่อนปิดงาน
| สิ่งที่ควรถาม | เหตุผล |
|---|---|
| มีประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอกหรือไม่ | เป็นความคุ้มครองหลักที่ควรมีสำหรับงานบินจริง |
| วงเงินเพียงพอหรือไม่ | บางสถานที่หรือบางงานมีความเสี่ยงสูงกว่างานทั่วไป |
| กรมธรรม์มีผลในวันถ่ายหรือไม่ | ประกันหมดอายุหรือไม่ครอบคลุมวันถ่ายจริงอาจใช้ไม่ได้ |
| เครื่องและผู้บังคับตรงกับกรมธรรม์หรือไม่ | ช่วยลดความเสี่ยงจากข้อมูลไม่ตรงกับการใช้งานจริง |
| ตรงตามเงื่อนไขของสถานที่หรือไม่ | บางสถานที่อาจขอวงเงินหรือเอกสารเพิ่มเติม |
ก่อนจ้างงานถ่ายโดรน ควรเช็กข้อมูลอื่นร่วมด้วย เช่น จุดประสงค์ของงาน สถานที่ วันที่จะถ่าย และข้อจำกัดของพื้นที่ ซึ่งสามารถดูรายการเตรียมตัวเพิ่มเติมได้ที่ เช็กลิสต์ก่อนจ้างถ่ายโดรน
ถ้าเกิดอุบัติเหตุจากโดรน ควรทำอย่างไรเป็นลำดับแรก?

รายละเอียดการเคลมขึ้นอยู่กับบริษัทประกัน โบรกเกอร์ และลักษณะเหตุการณ์ แต่ในภาพรวม หากเกิดอุบัติเหตุ ควรตั้งสติและจัดการตามลำดับต่อไปนี้
1. ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยก่อน
หากมีผู้บาดเจ็บหรือมีความเสี่ยงต่อคนรอบข้าง ควรหยุดการบินและดูแลความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ไม่ควรรีบเก็บอุปกรณ์จนละเลยผู้ได้รับผลกระทบ
2. แจ้งผู้เกี่ยวข้อง
รายงานเหตุให้ผู้ควบคุมงาน ผู้ว่าจ้าง ผู้ดูแลสถานที่ หรือผู้จัดการหน้างานทราบโดยเร็ว เพื่อให้ทุกฝ่ายรับรู้สถานการณ์และช่วยกันควบคุมผลกระทบ
3. ติดต่อบริษัทประกันหรือโบรกเกอร์
ควรแจ้งข้อมูลเบื้องต้น เช่น วันเวลา สถานที่ ลักษณะเหตุการณ์ และความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อรับคำแนะนำเรื่องขั้นตอนการเคลมต่อไป
4. เก็บหลักฐานและบันทึกข้อมูล
ถ่ายภาพและวิดีโอของสถานที่เกิดเหตุ จุดเสียหาย ตัวโดรน และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ รวมถึงเก็บข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องไว้ให้ครบถ้วน
5. อย่ารับปากเรื่องความรับผิดหรือค่าเสียหายโดยพลการ
การแสดงความรับผิดชอบเป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่ควรตกลงเรื่องจำนวนเงินหรือยอมรับเงื่อนไขใด ๆ ทันทีโดยไม่ผ่านการตรวจสอบจากบริษัทประกันหรือผู้เกี่ยวข้อง
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
มี DJI Care แล้ว เท่ากับมีประกันครบแล้ว
ไม่จริง DJI Care เกี่ยวข้องกับตัวเครื่องเป็นหลัก ไม่ใช่ความคุ้มครองต่อความเสียหายของบุคคลภายนอก
ประกันตัวเครื่องกับประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเหมือนกัน
ไม่เหมือนกัน ประกันตัวเครื่องคุ้มครองโดรนของผู้ถือกรมธรรม์ ส่วนประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอกคุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับผู้อื่น
มีประกันแล้ว บินที่ไหนก็ได้
ไม่ใช่ ประกันไม่ได้แทนการตรวจสอบพื้นที่บินหรือการขออนุญาต หากต้องการเช็กเรื่องพื้นที่ห้ามบินหรือพื้นที่ที่ควรระวัง ดูเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือตรวจสอบพื้นที่ห้ามบินโดรน
แค่รู้ว่ามีกรมธรรม์ก็พอ ไม่ต้องดูรายละเอียด
ไม่พอ ควรตรวจดูชื่อผู้เอาประกัน รุ่นเครื่อง Serial Number วงเงิน และวันหมดอายุของกรมธรรม์ให้ครบ
ประกันหมดอายุค่อยต่อเมื่อมีงาน
หากเอกสารไม่พร้อมหรือกรมธรรม์หมดอายุในวันที่ใช้งานจริง อาจกระทบทั้งการลงทะเบียนและความพร้อมของโครงการได้
คำถามที่พบบ่อย
ประกันภัยโดรนจำเป็นไหม?
สำหรับการใช้งานจริง โดยเฉพาะงานเชิงพาณิชย์และงานองค์กร ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเป็นเรื่องที่ควรตรวจสอบอย่างจริงจัง เพราะช่วยรองรับความเสียหายที่อาจเกิดกับบุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น
ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอกกับประกันตัวเครื่องต่างกันอย่างไร?
ประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอกคุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับผู้อื่น ส่วนประกันตัวเครื่องคุ้มครองตัวโดรนของผู้เอาประกันเอง ทั้งสองอย่างมีบทบาทต่างกันและไม่ควรใช้แทนกัน
DJI Care Refresh ใช้แทนประกันภัยโดรนได้ไหม?
ไม่ได้ทั้งหมด เพราะ DJI Care เน้นเรื่องการซ่อมหรือเปลี่ยนตัวเครื่อง ไม่ใช่ความคุ้มครองต่อความเสียหายของบุคคลภายนอก
ควรเลือกบริษัทประกันเจ้าไหนดี?
EIIZO ไม่ได้จัดอันดับบริษัทประกัน แนะนำให้เปรียบเทียบจากวงเงินคุ้มครอง เครื่องที่คุ้มครอง ผู้บังคับ ระยะเวลาประกัน พื้นที่คุ้มครอง และความพร้อมของเอกสาร โดยตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการหรือโบรกเกอร์ทุกครั้ง
ถ้าเป็นผู้ว่าจ้าง ควรขอดูกรมธรรม์จากบริษัทถ่ายโดรนไหม?
ควร โดยเฉพาะงานโรงงาน โรงแรม ไซต์ก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ หรือสถานที่ที่มีคนและทรัพย์สินมูลค่าสูง การดูกรมธรรม์ช่วยให้มั่นใจว่ามีความคุ้มครองจริงและมีผลในวันที่ใช้งาน
กำลังวางแผนใช้โดรนในงานธุรกิจอยู่หรือไม่?
หากต้องการปรึกษาเรื่องการถ่ายทำด้วยโดรนในมุมของการเตรียมงาน การตรวจสอบพื้นที่ ความปลอดภัย และเอกสารที่เกี่ยวข้อง สามารถส่งรายละเอียดเบื้องต้นมาทาง LINE ได้ ทีมงานจะช่วยดูแนวทางที่เหมาะสมกับงานของคุณ